วิธีการประหยัดพลังงานในบ้านอยู่อาศัย

วิธีการประหยัดพลังงานในบ้านอยู่อาศัย

วิธีการประหยัดพลังงานในบ้านอยู่อาศัย

1.ปรับอุณหภูมิแอร์อย่างเหมาะสม
ตามสถิติการใช้ไฟของทุกบ้านจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน ซึ่งหลัก ๆ จะเกิดจากการเปิดใช้แอร์ที่มากขึ้นนั่นเอง และถึงแม้ว่าหลายคนจะรู้ดีอยู่แล้วว่า ควรจะปรับอุณหภูมิแอร์ให้อยู่ในระดับ 25 องศาเซลเซียส แต่บางครั้งความร้อนระอุของอากาศก็ทำให้เราเผลอลืมตัวลดอุณหภูมิแอร์ลง ลองบังคับตัวเองให้เปิดแอร์ในอุณหภูมิ 25 องศาเซลเซียส เพราะเพียงแค่นี้ก็ช่วยให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในบ้านลงไปได้เยอะ

2.ลดการใช้แอร์
นอกจากการปรับอุณหภูมิแอร์ให้ไม่ต่ำกว่า 25 องศาเซลเซียสแล้ว เราก็ควรเลี่ยงการเปิดแอร์บ้าง วันไหนที่อากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนจัดจนเกินไป เปิดแค่พัดลมและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท

3.ปิดก๊อกน้ำเมื่อไม่ใช้
หลายคนชอบให้น้ำอุ่นๆ เพราะมันให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตัว แต่การเปิดน้ำทิ้งขว้างเกินความจำเป็นอย่างนั้น จะทำให้เราเสียพลังงานน้ำมาก โดยเฉพาะเวลาที่เปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ตลอด

4.ถอดปลั๊กไฟทุกครั้งหลังใช้งาน
เพียงแค่ปิดสวิตช์เครื่องใช้ไฟฟ้า ก็ไม่ได้หมายความว่ากระแสไฟจะไม่ไหลเวียนผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าของ ดังนั้นหากไม่ได้ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกครั้งหลังใช้งาน ก็จะเท่ากับว่า เปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา และแม้จะกินไฟไม่เท่าตอนเปิดใช้งานเครื่อง แต่เพียงแค่เสียบปลั๊กทิ้งไว้ ก็สูญเสียพลังงานไฟฟ้าไปได้ถึง 0.002 กิโลวัตต์/ ชั่วโมง

5.อาบน้ำเย็นแทนน้ำอุ่น
แค่เลี่ยงการใช้น้ำอุ่น หรือแค่ลดอุณหภูมิน้ำอุณให้เย็นลงสักนิด ก็สามารถประหยัดไฟได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ที่สำคัญหากเปลี่ยนใจมาอาบน้ำเย็นได้ ผิวพรรณก็จะดูชุ่มชื้นขึ้น ร่างกายก็จะได้ความสดชื่นอีกด้วย

6.ติดม่านป้องกันความร้อน
ปิดม่านเพื่อป้องกันไม่ให้มีความร้อนเข้ามาสะสมภายในบ้าน ลดการทำงานของแอร์ลงไปได้อีก และวันที่ที่อากาศเย็นก็เปิดม่านรับลมจากภายนอกแทนการเปิดแอร์

7.ซักผ้าด้วยระบบน้ำเย็น
เครื่องซักผ้าส่วนใหญ่มักจะมีเทคโนโลยีระบบซักด้วยน้ำร้อนพ่วงมาด้วย เพื่อการันตีว่าการซักผ้าของเราจะสะอาด ปราศจากเชื้อโรคได้มากที่สุด แต่ถ้าซักระบบน้ำอุณหภูมิปกติก็เพียงพอให้ผ้าสะอาดหมดจดแล้วล แต่ถ้าอยากฆ่าเชื้อโรคแนะนำให้เทน้ำส้มสายชูลงไปผสมกับน้ำยาซักผ้าสัก 1 ถ้วยตวง รับรองว่าเชื้อโรคสลายตัว

8.เลี่ยงการอบผ้า
ในวันที่แดดจัด หรือในช่วงหน้าหนาวที่อากาศแห้ง ๆ แบบนี้ เราไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องอบผ้าให้เปลืองไฟ เพียงแค่ซักผ้าตามระบบปกติ แล้วนำผ้าไปตากให้ที่แจ้ง ให้แดดและลมทำหน้าที่ดูดซับความชื้นจากเสื้อผ้าออกไปจนแห้งสนิทก็พอแล้ว

9.เลือกใช้หลอดประหยัดไฟ
หากในบ้านยังคงใช้หลอดไฟแบบธรรมดา ไม่ได้มีฉลากประหยัดไฟ คงต้องลงทุนเปลี่ยนหลอดไฟ เพราะหลอดไฟแบบประหยัดไฟ ให้แสงสว่างพอ ๆ กับหลอดไฟธรรมดา แต่ไม่ทำให้เปลืองไฟ ในปัจจุบันนี้คงไม่พูดถึง LED คงไม่ได้ ไฟแสงสว่างที่ใช้เรามากที่สุด คงหนีไม่พ้น หลอดยาว หรือ หลอด led t8 และ หลอดกลม หรือ bulb โดยส่วนใหญ่ในแต่ละบ้านจะใช้หลอดไฟทั้งสองชนิดนี้รวมกันไม่ต่ำกว่า 10 ดวง หลอด led สามารถช่วยประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดนีออนหรือหลอดตะเกียบที่เราเคยใช้ได้กว่า 50-80% เลยทีเดียว

10.ล้างฟิลเตอร์แอร์และพัดลมฟอกอากาศเสมอ
สำหรับบ้านที่มีเครื่องปรับอากาศ ควรต้องถอดฟิลเตอร์แอร์ออกมาล้างทำความสะอาดบ่อยๆ เพราะถ้าปล่อยให้ฝุ่นละอองสะสมอยู่ในฟิลเตอร์อย่างนั้น จะทำให้แอร์ทำงานหนักมากขึ้น นอกจากนี้ควรถอดพัดลมฟอกอากาศมาล้างด้วย ลมเย็นๆ จะได้พัดผ่านเข้ามาในบ้านเราได้อย่างสะดวก

จริง ๆ แล้วยังมีวิธีประหยัดพลังงานอีกมากมายที่เราสามารถทำได้ อย่างเช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้
ลิฟต์ หรือใช้จักรยาน และใช้บริการรถสาธารณะแทนการขับรถส่วนตัว แต่บางอย่างก็ต้องยอมรับว่า ค่อนข้างลำบากที่จะทำ ดังนั้นวิธีประหยัดพลังงานที่เราแนะนำ ก็น่าจะเป็นเรื่องพื้นฐานที่ปฏิบัติตามได้ง่าย ๆ